วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

มารู้จักการลงทุนด้วยตั๋วแลกเงินกันบ้างดีกว่าว่าเป็นอย่างไร


แน่นอนว่าหากพูดถึงเรื่องของเงินนั้นใครๆ ต่างก็ต้องการมีด้วยกันทั้งนั้น ทั้งนี้ก็เพราะว่าเงินนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ซึ่งใครก็ตามที่ทำงานไปได้สักระยะนั้นก็อาจจะมองหาวิธีที่ช่วยให้มีเงินเพิ่มขึ้นมา โดยอาจจะเป็นการหารายได้เสริมจากการขายของออนไลน์ ขายสินค้าตามตลาดนัด หรือบางคนที่ถ่ายรูปสวยก็อาจจะรับถ่ายรูปตามงานต่างๆ เป็นต้น แต่ถ้าหากใครก็ตามที่ถนัดในเรื่องของการลงทุนหรือการนำเงินไปต่อเงินนั้นก็อาจจะไปซื้อกองทุนรวม การเล่นหุ้น หรือการทำธุรกิจเสริมต่างๆ แต่ถ้าหากใครเลือกที่จะหยิบจับธุรกิจจริงๆ จังๆ และเป็นการเริ่มธุรกิจครั้งแรกนั้นก็อาจจะมีการไปขอ กู้เงิน ลงทุน จากธนาคารมาเป็นเงินทุนก่อน แต่ถ้าหากใครพอมีเงินก้อนอยู่แล้วแต่ว่าอยากจะนำไปลงทุนใหม่บ้างนั้น ในวันนี้เราก็จะพาไปรู้จักการลงทุนในตั๋วแลกเงินมาฝากทุกคนกัน
ซึ่ง ตั๋วแลกเงิน หรือ Bills of Exchange (B/E) นั้นเป็นเครื่องมือทางการเงินชนิดหนึ่งที่ผู้กู้ยืมเงินจะออกตั๋วเพื่อเป็นหลักฐานในการกู้เงิน ซึ่งในตั๋วนั้นจะกำหนดจำนวนเงินที่สัญญาจะจ่ายคืนในวันที่ระบุในตั๋ว โดยส่วนใหญ่จะเป็นตั๋วระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี และไม่มีหลักประกัน ซึ่งลักษณะของตั๋วแลกเงินจะคล้ายกับตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือ Promissory Note (P/N) คือเป็นเครื่องมือในการกู้ยืมเงินเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ตั๋วสัญญาใช้เงินมักจะจ่ายดอกเบี้ยต่างหาก แต่ตั๋วแลกเงินนั้นจะจ่ายดอกเบี้ยในลักษณะของส่วนลด คือ ผู้ออกตั๋วหรือผู้กู้นั้นจะได้รับเงินในจำนวนที่ผู้ซื้อหรือผู้ให้กู้ได้หักดอกเบี้ยไว้แล้วนั่นเอง
อย่างเช่น ออกตั๋วแลกเงินเพื่อกู้ยืมเงิน 1 ล้านบาท หากคิดอัตราส่วนลดร้อยละ 5 ในระยะเวลา 1 ปี นั้นผู้ซื้อหรือผู้ให้กู้จะจ่ายเงินให้ผู้กู้เพียง 950,000 บาทเท่านั้น โดยหักดอกเบี้ยจำนวน 50,000 บาท ออกไป ซึ่งถ้าหากเรานำส่วนลด 50,000 บาทมาคำนวณบนเงินต้น 950,000 บาทแล้ว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงจะเท่ากับร้อยละ 5.26 ต่อปีทีเดียว โดยตั๋วแลกเงินและตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นจะเป็นที่นิยมมากในต่างประเทศ เพราะเป็นลักษณะของการกู้ยืมเงินเพื่อใช้หมุนเวียนในธุรกิจ (working capital) ฉะนั้นระยะเวลาในการกู้ยืมนั้นมักจะสั้น
อย่างเช่น กู้เงินมาเพื่อสามารถให้เครดิตการค้ากับผู้ซื้อได้ (Accounts Receivable Financing) พอเก็บเงินจากผู้ซื้อได้ก็นำมาคืนผู้ให้กู้ เป็นต้น ซึ่งแต่เดิมผู้ให้ กู้เงิน ลงทุน ประเภทนี้คือธนาคารพาณิชย์ ต่อมาธนาคารพาณิชย์ก็นำตั๋วออกมาขายต่อบ้าง โดยจะได้กำไรจากส่วนต่างเล็กน้อย และเพื่อให้ผู้ซื้อต่อได้สบายใจนั้นธนาคารก็อาจจะรับอาวัลตั๋ว คือรับว่าหากผู้ออกตั๋วแลกเงินไม่ชำระเงินคืน ธนาคารก็จะจ่ายคืนให้และจะไปเรียกคืนจากผู้ออกตั๋วแลกเงินในภายหลัง โดยธนาคารนั้นจะคิดค่าธรรมเนียมการอาวัลตั๋วเพิ่มอีกต่างหาก
ซึ่งการลงทุนในตั๋วแลกเงินนั้นผู้ลงทุนควรจะพิจารณาให้เหมือนกับการให้กู้แก่ผู้ออกตั๋ว เพราะฉะนั้นการพิจารณาความสามารถในการชำระคืนจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ต่างกับการลงทุนในตั๋วเงินคลังของรัฐบาล เพราะตั๋วแลกเงินนั้นมีความเสี่ยงทางด้านเครดิต (credit risk) นั่นคือ อาจมีโอกาสที่ผู้ออกตั๋วแลกเงินไม่สามารถชำระคืนได้ แต่ในขณะที่รัฐบาลนั้นมีความสามารถในการชำระคืน ตราบใดที่มีความสามารถในการเก็บภาษีจากธุรกิจและประชาชน และถ้าใครอ่านถึงตรงนี้นั้นก็อาจจะคิกว่าการลงทุนในตั๋วแลกเงินนั้นมีความเสี่ยงอย่างมากเพราะไม่มีหลักประกันนั้น
เราก็อยากจะบอกว่าการลงทุนใน ตั๋วแลกเงิน นั้นเป็นสิ่งที่ผู้ลงทุนสนใจ เพราะส่วนใหญ่มักจะมีระยะเวลาสั้น โดยมากไม่เกิน 9 เดือน ซึ่งโดยทั่วไปสถานะของบริษัทผู้ออกตั๋วแลกจะไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก และข้อดีของตั๋วแลกเงินอีกประการหนึ่งนั้นก็คือ สามารถเปลี่ยนมือได้ ฉะนั้นถ้าหากว่าเราลงทุนไปสักพักหนึ่งแล้วต้องการใช้เงินนั้น เราก็สามารถขายตั๋วแลกเงินต่อให้ผู้อื่นได้ ต่างกันกับตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะห้ามเปลี่ยนมือ ดังนั้นตั๋วแลกเงินจึงมีสภาพคล่องมากกว่าตั๋วสัญญาใช้เงินนั่นเอง

0 Comments:

โพสต์ความคิดเห็น

Contact

Talk to us

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipisicing elit. Dolores iusto fugit esse soluta quae debitis quibusdam harum voluptatem, maxime, aliquam sequi. Tempora ipsum magni unde velit corporis fuga, necessitatibus blanditiis.

Address:

9983 City name, Street name, 232 Apartment C

Work Time:

Monday - Friday from 9am to 5pm

Phone:

595 12 34 567

Socialize